กฎหมายที่ควรรู้
   
พระราชบัญญัติ คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2522
   
 
หมวด 3
พาหนะ
 
มาตรา 23 เจ้าของพาหนะหรือผู้ควบคุมพาหนะ จะต้องนำพาหนะเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักรตามช่องทาง ด่านตรวจคนเข้าเมือง เขตท่า สถานี หรือท้องที่และตามกำหนดเวลา ทั้งนี้ ตามที่รัฐมนตรีจะได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
   
 
มาตรา 24 พนักงานเจ้าหน้าที่ มีอำนาจตรวจพาหนะที่เข้ามาใน หรือที่จะออกไปนอกราชอาณาจักร หรือพาหนะที่มีเหตุอันควรสงสัย ว่ารับคนโดยสารเข้ามาใน หรือออกไปนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ในกรณีที่พาหนะนั้น ได้ใช้ในราชการโดยเฉพาะของรัฐบาลไทย หรือของรัฐบาลต่างประเทศ ที่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลไทยแล้ว
   
 
มาตรา 25 พาหนะใดที่เข้ามาใน หรือที่จะออกไปนอกราชอาณาจักร เจ้าของพาหนะหรือผู้ควบคุมพาหนะ ต้องแจ้งกำหนดวันและเวลาที่พาหนะ จะเข้ามาถึงหรือจะออกจากเขตท่า สถานี หรือท้องที่ตามแบบที่กำหนด ในกฎกระทรวงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ที่ทำการตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งควบคุมเขตท่า สถานี หรือท้องที่นั้น ภายในกำหนดเวลา ที่พนักงานเจ้าหน้าที่ประกาศไว้
ในกรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติ ตามวรรคหนึ่งได้ ให้เจ้าของพาหนะหรือผู้ควบคุมพาหนะ ไปแจ้งด้วยตนเองต่อพนักงาน เจ้าหน้าที่ ณ ที่ทำการตรวจคนเข้าเมือง ที่ใกล้ที่สุดโดยมิชักช้า
การแจ้งตามความในมาตรานี้ ถ้ารัฐมนตรีเห็นสมควร จะให้ยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติ หรือให้ปฏิบัติภายใต้เงื่อนไข อย่างใดแก่พาหนะใดก็ได้
   
 
มาตรา 26 พาหนะใดที่เข้ามาใน หรือที่จะออกไปนอกราชอาณาจักร เจ้าของพาหนะหรือผู้ควบคุมพาหนะ ต้องยื่นรายการตามแบบที่กำหนด ในกฎกระทรวงและผ่านการตรวจ ของพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ที่และภายใต้เงื่อนไข ที่อธิบดีประกาศกำหนด ในกรณีที่มีเหตุจำเป็น ต้องทำการตรวจ ณ ที่อื่นนอกจากที่อธิบดี ประกาศกำหนดตามวรรคหนึ่ง ต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดี หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ที่อธิบดีมอบหมาย
   
 
มาตรา 27 เพื่อประโยชน์ในการตรวจ ให้เจ้าของพาหนะหรือผู้ควบคุมพาหนะที่เข้ามาในหรือที่จะออกไปนอกราชอาณาจักร มีหน้าที่ปฏิบัติดังต่อไปนี้
(1) มิให้คนโดยสารหรือคนประจำพาหนะ ไปเสียจากพาหนะหรือสถานที่ที่จัดไว้ ด้วยความเห็นชอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ จนกว่าจะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ เว้นแต่กรณีที่ผู้ควบคุมพาหนะและคนประจำพาหนะเป็นคนคนเดียวกัน ให้บุคคลนั้นออกไปจากพาหนะ เพื่อไปแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 25 ในฐานะเป็นผู้ควบคุมพาหนะได้
ถ้าคนโดยสารหรือคนประจำพาหนะดังกล่าว ขัดขืนหรือก่อความวุ่นวาย ให้นำมาตรา 29 วรรคสองมาใช้บังคับโดยอนุโลม ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการปฏิบัติการ ตามวรรคนี้ให้เจ้าของพาหนะ หรือผู้ควบคุมพาหนะเป็นผู้เสีย
(2) ยื่นบัญชีคนโดยสาร และบัญชีคนประจำพาหนะ รวมทั้งผู้ควบคุมพาหนะต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง และภายในเวลาที่อธิบดี หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ประกาศ กำหนด
(3) ให้ความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
ความในมาตรานี้ ให้ใช้บังคับแก่เจ้าของพาหนะ หรือผู้ควบคุมพาหนะซึ่งนำพาหนะ มาจากหรือไปยังชายแดน ที่เป็นทางต่อเนื่องกับประเทศอื่น และรับคนโดยสารซึ่งเข้ามา ในราชอาณาจักร หรือรับคนโดยสารไปส่งที่ชายแดน เพื่อออกไปนอกราชอาณาจักร ทั้งนี้ เฉพาะที่เกี่ยวกับคนโดยสาร ซึ่งเดินทางเข้ามาในหรือออกไป นอกราชอาณาจักรเท่านั้น
   
 
มาตรา 28 ในระหว่างที่ยังอยู่ในราชอาณาจักร ถ้ามีการเพิ่มหรือลดหรือเปลี่ยนคนประจำพาหนะที่เข้ามาในหรือที่จะออกไปนอก ราชอาณาจักร หรือคนประจำพาหนะดังกล่าวผู้ใดจะไม่กลับออกไปนอกราชอาณาจักร ให้เจ้าของพาหนะหรือในกรณีที่ไม่มีเจ้าของพาหนะอยู่ในราชอาณาจักร ให้ผู้ควบคุมพาหนะแจ้งแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง
ในกรณีที่คนประจำพาหนะจะไม่กลับออกไปดังกล่าวในวรรคหนึ่ง และคนประจำพาหนะนั้นเป็นคนต่างด้าว ให้เจ้าของพาหนะหรือผู้ควบคุมพาหนะแล้วแต่กรณี นำบุคคลผู้นั้นไปมอบแก่พนักงานเจ้าหน้าที่โดยมิชักช้า
ถ้าคนประจำพาหนะตามวรรคสองขัดขืนไม่ยอมให้เจ้าของพาหนะ หรือผู้ควบคุมพาหนะ แล้วแต่กรณี ปฏิบัติตามวรรคสองให้นำมาตรา 29 วรรคสองมาใช้บังคับโดยอนุโลม ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการปฏิบัติการตามวรรคนี้ให้เจ้าของพาหนะหรือผู้ควบคุม พาหนะเป็นผู้เสีย
   
 
มาตรา 29 เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ตรวจพบคนต่างด้าวผู้ใด มีลักษณะต้องห้ามมิให้เข้ามาในราชอาณาจักร หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่า เป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้เข้ามาในราชอาณาจักร พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่ง ให้เจ้าของพาหนะหรือผู้ควบคุมพาหนะ จัดการควบคุมคนต่างด้าวผู้นั้นไว้ในพาหนะ หรือให้ส่งตัวไปยังสถานที่ใด เพื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จะได้ควบคุมไว้ตรวจสอบ หรือให้ส่งตัวกลับออกไปนอกราชอาณาจักร
ในกรณีที่คนต่างด้าวตามวรรคหนึ่งขัดขืนหรือก่อความ วุ่นวาย เจ้าของพาหนะ หรือผู้ควบคุมพาหนะ หรือผู้แทนอาจขอให้พนักงาน ฝ่ายปกครองหรือตำรวจ ควบคุมหรือจับกุมคนต่างด้าวผู้นั้นไว้ ถ้าไม่สามารถจะขอความช่วยเหลือ จากพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ ได้ทันท่วงที ให้มีอำนาจจับคนต่างด้าวผู้นั้นได้เอง แล้วส่งตัวไปยัง พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ และให้พนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจนั้นรีบจัดส่งตัวไปยัง พนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้
ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการปฏิบัติการตามมาตรานี้ ให้เจ้าของพาหนะหรือผู้ควบคุมพาหนะเป็นผู้เสีย
   
 
มาตรา 30 ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่า มีการฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่ง ให้เจ้าของพาหนะหรือผู้ควบคุมพาหนะ หยุดพาหนะหรือนำพาหนะ ไปยังที่ใดที่หนึ่ง ตามที่จำเป็นเพื่อการตรวจการ สั่งตามวรรคหนึ่งจะกระทำโดย ใช้สัญญาณหรือวิธีอื่นใดอันเป็นที่เข้าใจกันก็ได้
   
 
มาตรา 31 พาหนะใดที่เข้ามา ในราชอาณาจักร นับแต่เวลาที่พาหนะนั้นผ่านเข้ามา ในราชอาณาจักรแล้ว จนกว่าพนักงานเจ้าหน้าที่ จะทำการตรวจเสร็จห้าม มิให้ผู้ใดซึ่งมิใช่เจ้าพนักงาน ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับพาหนะนั้น ขึ้นไปบนพาหนะหรือนำพาหนะอื่น เข้าเทียบหรือเข้าไปในบริเวณหรือสถานที่ ที่จัดไว้เพื่อการตรวจ ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาต จากพนักงานเจ้าหน้าที่ ห้ามมิให้เจ้าของพาหนะ หรือผู้ควบคุมพาหนะยินยอมหรือละเลย ให้ผู้ใดกระทำการตามวรรคหนึ่ง
   
 
มาตรา 32 พาหนะใดที่จะออกไปนอกราชอาณาจักร ในระหว่างที่พนักงานเจ้าหน้าที่ทำการตรวจหรือหลังจากที่พนักงานเจ้าหน้าที่ ได้ทำการตรวจแล้ว แต่พาหนะนั้นยังอยู่ในราชอาณาจักร ห้ามมิให้ผู้ใดซึ่งมิใช่เจ้าพนักงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับพาหนะนั้น ขึ้นไปบนพาหนะหรือนำพาหนะอื่นเข้าเทียบ ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
ความในวรรคหนึ่งให้นำมาใช้บังคับ เกี่ยวกับบริเวณหรือสถานที่ ที่จัดไว้เพื่อการตรวจ ในระหว่างผู้ซึ่งจะออกไปนอกราชอาณาจักร ยังมิได้ขึ้นไปบนพาหนะด้วย ห้ามมิให้เจ้าของพาหนะหรือผู้ควบคุมพาหนะยินยอมหรือละเลยให้ผู้ใดกระทำการ ตามมาตรานี้
   
 
มาตรา 33 ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่ ต้องกระทำการตรวจพาหนะ นอกเวลาราชการ หรือต้องไปทำการตรวจพาหนะ ณ ที่อื่น นอกจากที่อธิบดี ประกาศกำหนด ตามมาตรา 26 วรรคหนึ่ง หรือต้องไปนอกสถานที่ทำการ เพื่อควบคุมพาหนะไว้ หรือต้องรอเพื่อตรวจพาหนะ อันมิใช่ความผิดของพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้เจ้าของพาหนะหรือผู้ควบคุมพาหนะนั้น เสียเงินค่าทำการและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง